ยึดหลัก เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา



    2018-05-24  ผู้สื่อข่าว: กาคาบข่าว

    เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ รง.ไฟเบอร์กาส ส่งกลิ่นเหม็น พบใบอนุญาตผิดประเภท ต่างด้าวผิดกฏหมาย


          วันที่ 24 พ.ค.61 พ.ต.จีราวัฒน์ เรืองสุทธิพรรณ จนท.ปฏิบัติการ กอ.รมน.จังหวัด ส.ค. รับมอบหมายจาก พ.อ.เกรียงชัย สุวรรณทัต รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ค. ให้นำเจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบ โรงงานผลิตสินค้าจากไฟเบอร์กลาส ภายในพื้นที่ หมู่ 3 ต.บางน้ำจืด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ตามหนังสือร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสาคร เนื่องจากโรงงานดังกล่าวส่งกลิ่นสารเคมีฟุ้งกระจายและเหม็นสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในละแวกใกล้เคียง




          จากการเข้าตรวจสอบพบว่าโรงงานดังกล่าว เป็นโรงงานผลิตเก้าอี้ ถังน้ำ ถังแซก ขนาดใหญ่ และกระถางต้นไม้ของ กทม. ที่ทำจากไฟเบอร์กลาส ขณะตรวจสอบพบคนงานกำลังทำงานตามปกติ ซึ่งโรงงานแห่งนี้ก่อสร้างในลักษณะเป็นอาคารเปิดโล่ง หลังคาสูง ไม่มีผนังหรือการกั้นห้องแต่อย่างใด เมื่อเจ้าหน้าที่เดินเข้ามาในบริเวณพื้นที่ทำงานพบว่ามีกลิ่นสารเคมีรุนแรง และทราบจากคนงานว่าเป็นกลิ่นเรซิ่นที่ผสมกับกาว จากการสังเกตุคนงานส่วนใหญ่ไม่มีการใช้เครื่องป้องกันกลิ่นหรือผ้าปิดจมูก ตามขั้นตอนความปลอดภัยในการทำงาน


          เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ระบุว่า โรงงานแห่งนี้ขออนุญาตเป็นโรงงานประเภท 2 แต่ตามขั้นตอนการผลิตและลักษณะเฉพาะของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับไฟเบอร์กลาส เข้าข่ายเป็นโรงงานประเภท 3 ที่ต้องขออนุญาตตามแบบของเอกสาร รง.4 ซึ่งถือว่าประกอบกิจการผิดประเภท ไม่มีการขออนุญาตตามเอกสาร รง.4 จึงได้สั่งการให้เจ้าของโรงงานดำเนินการให้ถูกต้องตามกฏหมาย นอกจากนี้ในส่วนของกลิ่นเหม็นที่สร้างความเดือดร้อนนั้น อุตสาหกรรมจังหวัดได้ให้ทางโรงงานทำแผนปรับปรุงแก้ไขเสนอให้เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดตรวจสอบ อีกครั้ง


          ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบแรงงานจำนวน 60 คน แยกเป็นคนไทย 36 คน เมียนมา 24 คน ผลการตรวจพบการกระทำผิด พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ตามมาตรา 38 เจ้าของบ้านรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัยโดยไม่แจ้งต่อพนักงานภายใน 2 ชั่วโมง จำนวน 5 คน และพบการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตามมาตรา 70 จ่ายค่าจ้างตำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ มาตรา 108 นายจ้างไม่จัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานฯ จึงได้ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฏหมาย