ยึดหลัก เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา



    2017-12-19  ผู้สื่อข่าว: กาคาบข่าว

    สมุทรสาครวุ่น!! แรงงานเมียนมายื่นหนังสือให้รับรองศูนย์ AAC หลังถูกปิดเพราะผิดกฏหมาย


          แรงงานเมียนมายื่นหนังสือเรียกร้องขอให้ภาครัฐคงสถานะศูนย์ AAC หรือ ศูนย์พักพิงและช่วยเหลือแรงงานชาวเมียนมา ซึ่งมีบทบาทในการช่วยเหลือแรงงานที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากการจ้าง หลังมีการตรวจสอบพบว่าศูนย์ดังกล่าวไม่มีการรับรองสถานะทางกฎหมาย จากทางการเมียนมาและทางการไทย
          
          วันที่ 19 ธันวาคม 2560 ที่บริเวณสนามฟุตซอยมหาชัยวิลล่า ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร นายโชติพัฒน์ สิฌชรังสี ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย พล.ต.ต.มานะ อินทร์พิทักษ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.อ.ธงชัย เนตร สขาวัฒน์ ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.อ.สุระพรรณ นาทวรทัต ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร พ.อ.ธีรวุฒิ วิทยากรณ์ ผบ.ร้อย รส.ส.1 พ.ท.ปัน บุญสุข รอง ผบ.ร้อย รส.ส.1 ผู้แทนจากจัดหางานจังหวัด ตรวจคนเข้าเมือง แรงงานจังหวัด เข้าตราจสอบและเจรจากับ น.ส.มิว นายโกแย แกนนำแรงงานเมียนมา และแรงงานเมียนมาจำนวนกว่า 120 คน ที่พยามยามเดินทางไปยื่นหนังสือที่สถานเอกอัครราชทูตสหภาพเมียนมาประจำประเทศไทย
          
          จากการเจราจาต่อรองของเจ้าหน้าที่ในจังหวัด ทำให้แรงงานเมียนมาพอใจและยินยอมที่จะยื่นหนังสือผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร โดยมีนายโชติพัฒน์ สิฌชรังสี ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร เป็นตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัด รับหนังสือข้อร้องเรียนจากแรงงานเมียนมา โดยข้อเรียกร้องของแรงงานเมียนมาประกอบด้วย 1.ไม่ให้ปิดศูนย์ AAC เพื่อใช้เป็นสถานที่ช่วยเหลือลูกจ้างที่เดือดร้อนต่อไป 2.ต้องการให้ศูนย์ AAC ได้รับการยอมรับและให้มีการรับรอง ศูนย์ AAC 3.ต้องการให้เจ้าหน้าที่จากสถานทูตเมียนมากับทางศูนย์ AAC ร่วมมือกัน 4.การทำ mou ทางฝั่งเมียนมาบอกว่าสามารถอยู่ที่ประเทศไทยได้ตลอด แต่พอมาที่ประเทศไทยจะอยู่ได้แค่ 2 ปี (ต้องต่อวีซ่า) กลุ่มฯ ขอให้ได้อยู่ในประเทศไทยต่อหลัง mou หมดอายุ
          
          ทั้งนี้จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า ศูนย์ AAC หรือ ศูนย์พักพิงและช่วยเหลือแรงงานชาวเมียนมา มีการร่วมกลุ่มดำเนินการเพื่อช่วยเหลือแรงงานเมียนมาในด้านต่างๆ โดยมีที่ตั้งอยู่ในหมู่ 6 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร และมีการเปิดศูนย์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 พ.ย.60 ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันเมื่อมีการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ของไทย กลับพบว่าศูนย์ดังกล่าวเป็นศูนย์เถื่อนไม่มีการรับรองสถานะทางกฏหมายทั้งจากทางการไทยและทางการเมียนมา เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการสั่งให้ปิดศูนย์ ACC เบื้องต้นทราบว่าศูนย์ดังกล่าวมีนายคะยี ชาวเมียนมาเป็นผู้ก่อตั้ง