ยึดหลัก เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา     ...พบเหตุต้องสงสัย แจ้งสายด่วนความมั่นคง 1347 กอ.รมน................



    2017-08-03  ผู้สื่อข่าว: กาคาบข่าว

    เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งยิ้มออก หลังภาครัฐให้ความกระจ่างเรื่องการเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่สมุทรสาคร


          เมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 2 สิงหาคม 2560 ที่วัดยกกระบัตร อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร นายเทพประสิทธิ์ วงษ์ท่าเรือ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานในการประชุมชี้แจงคำสั่งจังหวัดสมุทรสาคร เรื่องระงับการใช้ความเค็มในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่น้ำจืด ภายในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร เนื่องจากเป็นเหตุให้เกิดภาวะมลพิษทั้งทางน้ำ และมลพิษในดิน ทำให้ขาดความสมดุลทางธรรมชาติ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนและก่อให้เกิดผลเสียหายต่อทรัพย์สินของรัฐและของประชาชน โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเกษตรกรผู้เลี้ยงเกือบ 500 คน จาก 12 ตำบลในพื้นที่อำเภอบ้านแพ้ว เข้าร่วม
          
          ตามที่นายกรัฐมนตรีได้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2534 จึงคำสั่งมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทน เพื่อระงับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ต้องใช้ความเค็มในพื้นที่น้ำจืด ภายในเขตพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ทั้งนี้ในระหว่างที่มีคำสั่งดังกล่าว หากกำลังอยู่ในระหว่างช่วงของการเพาะเลี้ยงให้ดำเนินการได้ในแต่ละช่วง และจับสัตว์น้ำให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับตั้งแต่คำสั่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยให้ยกเว้นการเลี้ยงสัตว์น้ำในโรงเพาะฟักสัตว์น้ำ บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำของทางราชการและสถานแสดงพันธ์สัตว์น้ำ ที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน โดยไม่ให้มีการขยายพื้นที่เพิ่มขึ้น และต้องจัดให้มีระบบการบำบัดและควบคุมการปล่อยน้ำทิ้ง ตลอดจนมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและพื้นที่ใกล้เคียง โดยในส่วนของจังหวัดสมุทรสาครได้มีประกาศดังกล่าว ตั้งแต่ 26 เมษายน 2560
          
          จากคำสั่งดังกล่าวทำให้เกษตรผู้เลี้ยงกุ้งตั้งข้อสงสัยเนื่องจาก จังหวัดสมุทรสาครเป็นพื้นที่ติดชายทะเลมีสภาพของดินเค็มอยู่แล้ว และผลไม้ของอำเภอบ้านแพ้วรสชาติดีก็เพราะมีความเค็ม นอกจากนี้จังหวัดสมุทรสาครเป็นศูนย์กลางการค้ากุ้งใหญ่ที่สุดในประเทศ มีตลาดกลางค้ากุ้ง แต่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งถูกห้ามใช้ความเค็มเพาะเลี้ยง ทั้งนี้เกษตรกรได้มีข้อเรียกร้อง ขอให้ยกเลิกคำสั่งเรื่องระงับการใช้ความเค็ม โดยขอให้เข้าใจและเห็นใจเกษตรกร เพื่อให้เกิดความรัก ความสงบ ความสามัคคี ภายในจังหวัดสมุทรสาคร
          
          นายเทพประสิทธิ์ ชี้แจงว่า จากคำสั่งดังกล่าวพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ยังไม่ถึงขั้นตอนการยกเลิกการเลี้ยงกุ้งในตอนนี้ ดังนั้นจึงไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนกและวิตกกังวล เนื่องจากยังไม่ได้มีการกำหนดจุดว่าพื้นที่ตรงไหนเป็นพื้นที่น้ำจืดและพื้นที่ตรงไหนเป็นพื้นที่น้ำเค็มต้องรอประกาศหลักเกณฑ์ในการกำหนดก่อน ซึ่งหลักเกณฑ์ยังไม่ออกมาคำสั่งคงยังไม่มีความผิดแต่ประการใด เนื่องจากพื้นที่อำเภอบ้านแพ้วยังไม่รู้ว่าพื้นที่น้ำจืดอยู่ตรงไหน ถ้ามีการประกาศหลักเกณฑ์การกำหนดพื้นที่ชัดเจนแล้ว ยังต้องมีการประชุมประชาคมเพื่อสอบถามความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ ถึงอย่างไรก็ต้องมีการพิจารณากันตามขั้นตอนก่อนบังคับระงับการเพาะเลี้ยงสัตว์ ดังนั้นเกษตรกรควรเบาใจได้ในตอนนี้ แต่ที่ควรตระหนักก็คือเรื่องการปล่อยน้ำเสียที่มาจากการเลี้ยงกุ้ง อันก่อให้เกิดมลพิษ ถ้ามีผลกระทบต่อสัตว์น้ำในลำคลองสาธารณะหรือไปทำให้ไร่นาสวนของเกษตรกรข้างเคียงได้รับความเสียหาย และหากไปเข้าในระบบชลประทานเสียหาย เรื่องนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งต้องรับผิดชอบ เนื่องจากการปล่อยลงสู่แม่น้ำลำคลองควรต้องมีการบำบัดเสียก่อน หากไม่เข้าใจสิ่งใดขอให้ปรึกษากับทางประมงจังหวัดเพื่อจะได้ไม่เกิดการกระทำความผิด ตาม พ.ร.ก. การประมง พ.ศ. 2558 มาตรา 140 หากผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 58 ต้องรับโทษปรับตั้งแต่ 300,000-500,000 บาท สำหรับการเลี้ยงกุ้งซึ่งเป็นสัตว์ควบคุมที่ต้องส่งเข้าโรงงาน จำเป็นต้องไปขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องที่สำนักงานประมงอำเภอหรือจังหวัด ขณะนี้อำเภอบ้านแพ้วได้มีผู้มาขึ้นทะเบียนแล้ว 226 คน จำนวน 1,228 ไร่ ดังนั้นเพื่อให้การอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข รักสามัคคีปรองดองกันของคนในชุมชน จึงควรช่วยกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ดำรงคงอยู่ตลอดไป