ยึดหลัก เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา



    2016-09-10  ผู้สื่อข่าว: ณรงค์ฤทธ์ มากคง

    สะพานกลับรถจักรยานยนต์ แนวคิดใส่ใจเพื่อความปลอดภัยของประชาชน


          ถนนพระราม 2 หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 35 เส้นทางหลักที่มุ่งสู่ภาคใต้ของประเทศไทย ถนนพระราม 2 ในช่วงจังหวัดสมุทรสาคร เป็นถนน 8 ช่องจราจร มีสะพานกลับรถเป็นระยะๆ ถนนพระราม 2 ฝั่งขาออก ช่วงสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน ตัดผ่านเส้นทางเข้าสู่ชุมชนขนาดใหญ่หลายตำบล ในเขตอำเภอเมืองสมุทรสาคร อาทิ ตำบลท่าฉลอม ตำบลท่าจีน ตำบลบางหญ้าแพรก ฯ ประชาชนในบริเวณดังกล่าวที่ต้องการเดินทางเข้าสู่ตลาดมหาชัย ต้องใช้เส้นทางถนนพระราม 2 และสะพานกลับรถที่มีระยะทางไกลจากปากทางพอสมควร จึงเกิดปัญหากับผู้ที่ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ เพราะต้องเสี่ยงกับรถยนต์ขนาดใหญ่ที่ใช้ความสูงบนถนนพระราม 2 ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ส่วนมากจึงใช้วิธีขี่รถย้อนศรขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน เนื่องจากร่นระยะทางเข้าสู่ตลาดมหาชัยได้มากพอสมควร แม้ต้องเสี่ยงกับการเกิดอุบัติเหตุและเป็นการทำผิดกฎหมายจราจร
          
          จากปัญหาที่เกิดขึ้นองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร โดย นายมณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ นายก อบจ. ได้มอบหมายให้ นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ พร้อมด้วย นางขนิษฐา พรเกียรติกุล นายสมเกียรติ ปิ่นเจริญ นายยิ่งยงค์ แพรกอุดม สมาชิก อบจ.สมุทรสาคร สำรวจพื้นที่ถนนพระราม 2 บริเวณเชิงสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน ร่วมกับ ดร.ทรงฤทธิ์ ชยานันท์ ผอ.แขวงทางหลวงสมุทรสาคร เพื่อหารือถึงแนวทางการสร้างสะพานกลับรถสำหรับรถจักรยานยนต์โดยเฉพาะ เบื้องต้นได้กำหนดจุดก่อสร้างไว้ 2 จุด คือ จุดที่ 1 (ฝั่งขาออกกรุงเทพ) บริเวณใกล้กับปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ซึ่งเป็นจุดที่ห่างจากปากทางเข้าสู่ตำบลท่าฉลอม ตำบลท่าจีน และตำบลบางหญ้าแพรก เพียงเล็กน้อย จุดที่ 2 (ฝั่งขาเข้ากรุงเทพ) บริเวณฝั่งตรงข้ามหมวดการทางสมุทรสาคร (เยื้องโรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย) โดยมีรูปแบบเหมือนสะพานกลับรถปกติ แต่จะมีขนาดเล็กสำหรับให้รถจักรยานยนต์ใช้งานได้เท่านั้น
          
          นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ อธิบายถึงโครงการก่อสร้างสะพานกลับรถจักรยานยนต์ว่า ที่ผ่านมาทุกคนคงเคยเห็นภาพของการขี่รถจักรยานยนต์ย้อนศรขึ้นสะพานท่าจีนเป็นประจำ ซึ่งก็น่าเห็นใจเพราะสะพานกลับรถปกติอยู่ค่อนข้างไกล รวมทั้งต้องเสี่ยงใช้เส้นทางร่วมกับรถยนต์ที่วิ่งด้วยความเร็วสูง คนส่วนใหญ่จึงใช้วิธีขี่รถย้อนศรข้ามสะพานท่าจีนเพราะมีระยะทางที่สั้นกว่าแม้จะผิดกฎหมายและเสี่ยงอันตรายก็ตาม จากสิ่งที่เกิดขึ้น อบจ.สมุทรสาคร ได้หารือกับแขวงทางหลวงเพื่อแก้ไขปัญหา โดยเบื้องต้นได้นำรูปแบบสะพานลอยสำหรับรถจักรยานยนต์ ที่เป็นแบบมาตรฐานของกรมทางหลวง มาเสนอให้ประชาชนในพื้นที่พิจารณา แต่ติดปัญหาคือที่ดินบริเวณริมถนนพระราม 2 ส่วนใหญ่ถูกนำใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งสะพานลอยสำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีทั้ง ตอม่อ ทางลาดขึ้น-ลง จึงกลายเป็นสิ่งที่ไปบดบังหน้าร้านค้า บริษัทต่างๆ ทำให้ไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของที่ดิน
          
          เมื่อแบบมาตรฐานที่มีอยู่ใช้ไม่ได้ จึงมีแนวคิดในการใช้รูปแบบของสะพานกลับรถปกติ ซึ่งสามารถก่อสร้างบนเขตทางของกรมทางหลวงได้ เพียงแค่ลดขนาดให้เหมาะสมกับรถจักรยานยนต์ โดยงบประมาณการก่อสร้าง อบจ.สมุทรสาคร ได้บรรจุเข้าแผนงานโครงการในแผนพัฒนาระยะ 3 ปี ซึ่งหลังจากที่แบบสะพานกลับรถละจุดก่อสร้างได้ข้อสรุปอย่างชัดเจน ก็จะมีการทำประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ และถ้าเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยก็จะนำเรื่องผ่านไปยัง นายมณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ นายก อบจ.สมุทรสาคร เพื่อให้สมาชิกสภา อบจ.ร่วมกันพิจารณาว่าจะใช้งบประมาณในส่วนไหน เพื่อให้โครงการดำเนินไปได้อย่างเร็วที่สุด ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับระเบียบการใช้เงินงบประมาณของทางราชการ
          
          ด้าน นายทรงฤทธิ์ ชยานันท์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้รูปแบบคร่าวๆแล้ว อาจมีการปรับเปลี่ยนอีกเล็กน้อยก่อนทำประชาพิจารณ์ รวมทั้งต้องมีการหารือในเรื่องค่าก่อสร้างกับ อบจ.สมุทรสาคร ซึ่งถ้าใช้งบประมาณของกรมทางหลวงอาจต้องใช้เวลานานพอสมควร แต่ถ้าได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากท้องถิ่นก็จะสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว สิ่งที่สำคัญคือการให้ข้อมูลกับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งจะนำข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่คณะกรรมการเพื่อพิจารณาอย่างละเอียดป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต