ยึดหลัก เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา



    2015-07-17  ผู้สื่อข่าว: ณรงค์ฤทธ์ มากคง

    รายงานพิเศษ ระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนตำบลท่าจีน ความไม่เข้าใจหรือความไม่เข้ากันของชุมชน ??


          กลายเป็นประเด็นร้อนในจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อ น.ส.เย็นตา สร้อยพวง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.ท่าจีน พร้อมด้วยชาวบ้านหมู่ 7 จำนวนหนึ่ง ได้เดินทางมายื่นหนังสือคัดค้านการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย ในพื้นที่หมู่ 7 ตำบลท่าจีน ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งการยื่นหนังสือครั้งนั้น นายวิจักขณ์ ชินโคตรพงศ์ นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร และนายจงรัก เพชรเสน ปลัดอำเภอปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสาคร เป็นผู้รับหนังสือดังกล่าว โดยมีการร้องขอให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสาคร ตรวจสอบการจัดทำบ่อบำบัดน้ำเสีย ที่เทศบาลตำบลท่าจีนร่วมกับกรมควบคุมมลพิษและสิ่งแวดล้อม จะดำเนินการสร้างที่วัดหลังศาลประสิทธิ์ ว่าไม่ได้มีการประชาคมและบอกกล่าวให้ชาวบ้านรับรู้ โดยประชาชนที่มายื่นหนังสือเห็นว่าไม่สมควรสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียภายในวัด ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน




          และเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2558 หลังจากมีการยื่นหนังสือได้ 2 วัน เทศบาลตำบลท่าจีนมีความประสงค์ที่จะชี้แจงการดำเนินการโครงการดังกล่าว โดยจะมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทุกฝ่ายที่มีส่วนได้-เสีย เข้ามาร่วมรับฟังข้อมูล ข้อเท็จจริง ที่ศาลาอเนกประสงค์ วัดหลังศาลประสิทธิ์ หมู่ 7 ตำบลท่าจีน ซึ่งในวันนั้นได้มีการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และภาคประชาชน เข้าร่วมรับฟังประกอบด้วย พระครูสาครธรรมประสิทธิ์ เจ้าอาวาสวัดหลังศาลฯ พันเอกจักราวุธ สินพูลผล รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ค. นายกิตติ ธีรสรเดช หัวหน้ากองนโยบายและแผนองค์การจัดการน้ำเสีย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายรังสรรค์ เจียระนัย นายกเทศมนตรีตำบลท่าจีน นางสุภาพ ศรีจันทร์ ผอ.ส่วนสิ่งแวดล้อม ทสจ.สมุทรสาคร นายจงรัก เพชรเสน ผู้ช่วยหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม น.ส.เย็นตา สร้อยพวง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ปลัดอำเภอเมือง คณะผู้บริหารเทศบาลตำบลท่าจีน คณะกรรมการวัด และประชาชนทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นกับการสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย


          ทั้งนี้ก่อนการประชุมชี้แจงจะเริ่มขึ้นกลุ่มชาวบ้านที่คัดค้านการสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียชุมชน ได้มีการถือป้ายประท้วงและตะโกนส่งเสียงต่อต้านการสร้างบ่อบำบัดดังกล่าว จนเจ้าหน้าที่ทหารจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสมุทรสาคร เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่จากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ต้องเข้าไปควบคุมความเรียบร้อยและเจรจาขอให้ผู้ประท้วงเข้ามาร่วมรับฟังการชี้แจง เพื่อจะได้แสดงความคิดเห็นและซักถามในประเด็นข้อสงสัยต่างๆ ซึ่งต่อมากลุ่มชาวบ้านทั้งหมดได้ยอมเข้ามาร่วมรับฟังการชี้แจง แต่ในขณะที่เจ้าหน้าที่ของเทศบาลตำบลท่าจีนกำลังบรรยายสรุปถึงโครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนขนาดเล็กพร้อมกับการปรับภูมิทัศน์โดยรอบ กลุ่มชาวบ้านที่คัดค้านก็ได้ส่งเสียงโห่ร้องและลุกขึ้นออกจากที่ประชุม รวมทั้งมีชาวบ้านบางรายตะโกนโต้แย้งกับเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลท่าจีน ซึ่งมาให้บริการลงทะเบียนและบริการน้ำดื่มแก่ผู้เข้าร่วมรับฟัง จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้ามาควบคุมเหตุการณ์


          การดำเนินการประชุมชี้แจงครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง จึงเสร็จสิ้นลงท่ามกลางความขัดแย้ง โดยเจ้าอาวาสวัดหลังศาลประสิทธิ์และคณะกรรมการวัดฯ เห็นด้วยกับโครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนขนาดเล็ก ซึ่งสอดคล้องกับผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ที่ระบุว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ดีและเกิดประโยชน์กับชุมชน รวมทั้งผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่ก็มีความเห็นด้วยกับโครงการ แต่ชาวบ้านที่คัดค้านมาตั้งแต่ต้นยังยืนยันที่ต่อต้านโครงการจนถึงที่สุด


          นายรังสรรค์ เจียระนัย เปิดเผยหลังจบการประชุมชี้แจงว่า จากข้อสรุปในที่ประขุมส่วนใหญ่มีความเห็นให้ดำเนินโครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนขนาดเล็กต่อไป เพราะเป็นโครงการที่ก่อเกิดประโยชน์กับชุมชนและยังเป็นสถานที่เรียนรู้ในการบริหารจัดการน้ำเสียของจังหวัดสมุทรสาคร โดยเฉพาะการบริหารจัดการลุ่มน้ำท่าจีน นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้เดินทางไปร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจในเรื่องของการดูแลลุ่มแม่น้ำท่าจีน ร่วมกับกลุ่มจังหวัด ชัยนาท สุพรรณบุรี และนครปฐม
          
          “โครงการดังกล่าวจะเป็นโมเดลที่สื่อสารไปยังพี่น้องประชาชนว่าชาวชุมชนปลายน้ำของเราใส่ใจในสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะตำบลท่าจีนที่มีระบบบำบัดน้ำเสียชุมชน ซึ่งเป็นความร่วมมือของเทศบาลตำบลท่าจีนและองค์การจัดการน้ำเสียฯที่ได้สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการ” นายรังสรรค์ กล่าว
          
          ทั้งนี้โครงการระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนขนาดเล็ก เป็นงบประมาณในการดำเนินการขององค์การจัดการน้ำเสีย มูลค่า 26 ล้านบาท หากก่อสร้างแล้วเสร็จระบบจะฝังอยู่บริเวณใต้ดิน และสามารถรองรับการบำบัดน้ำเสียจากชุมชนใกล้เคียงได้ถึงวันละ 600 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งในจังหวัดสมุทรสาครมีระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนขนาดเล็กที่เป็นสถานที่เรียนรู้ในการบริหารจัดการน้ำเสียชุมชนที่ริมแม่น้ำท่าจีน เขตเทศบาลตำบลบางปลา โดยสามารถรองรับน้ำเสียเข้าสู่กระบวนการบำบัดได้วันละ 400 ลูกบาศก์เมตร


          นายรังสรรค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนงบประมาณ 26 ล้านบาท เป็นการจัดซื้อจัดจ้างขององค์การจัดการน้ำเสียทั้งหมด สำหรับเทศบาลตำบลท่าจีน นอกจากจะได้ระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนแล้วยังได้พื้นที่ด้านบนในการจัดทำเป็นสวนสาธารณะให้กับชุมชนเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และยังเป็นโรงเรียนด้านสิ่งแวดล้อมขนาดใหญ่ให้ศึกษาเรียนรู้ในการจัดการน้ำเสียของชุมชน
          
          “ส่วนใหญ่เราเคยได้ยินข่าวคัดค้านการปล่อยน้ำเสีย แต่ครั้งนี้รู้สึกแปลกใจที่มีการคัดค้านการแก้ปัญหาน้ำเสีย ซึ่งจริงๆแล้วควรได้รับความร่วมจากทุกฝ่าย ในการร่วมกันแก้ไขปัญหาให้กับชุมชนและจังหวัดสมุทรสาคร ” นายรังสรรค์ กล่าว
          
          นอกจากนี้นายกเทศมนตรีตำบลท่าจีน ยังยืนว่าโครงการระบบบำบัดน้ำเสียไม่มีผลกระทบกับชุมชนอย่างแน่นอน โดยยกตัวอย่างโครงการแบบเดียวกันที่เทศบาลตำบลบางปลาดำเนินการก่อสร้างร่วมกับองค์การจัดการน้ำเสียฯจนแล้วเสร็จ ซึ่งได้มีการพาชาวบ้านในตำบลท่าจีนบางส่วนไปดูงานยังสถานที่จริงมาแล้ว


          ด้านประธานคณะกรรมการวัดหลังศาลประสิทธิ์ กล่าวว่า สมัยก่อนชุมชนวัดหลังศาลประสิทธิ์ยังมีคนเข้ามาอาศัยอยู่ไม่มาก ซึ่งปัญหาน้ำเสียก็ยังไม่มีผลกระทบมากขนาดนี้ และการพิจารณาให้ดำเนินการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียคำนึงถึงผลลัพธ์แล้วว่าจะได้ประโยชน์กับชุมชน และที่สำคัญในปัจจุบันทุกคนต่างคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะแม่น้ำท่าจีนซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของคนในบริเวณนี้ หากแม่น้ำท่าจีนเน่าเสียถือเป็นเรื่องที่แย่มาก รวมทั้งการสร้างระบบบำบัดน้ำเสียชุมชน ทางวัดก็ไม่ได้เสียหายอะไร
          
          “ความวิตกกังวลของชาวบ้าน เราต้องใช้หลักธรรมาภิบาลต้องใช้วิธีการพูดคุย อาจติดขัดบ้างในช่วงการก่อสร้างแต่เมื่อสร้างเสร็จแล้ว ทุกคนก็จะได้รับประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นก็ให้ตั้งประชาชนเข้ามาเป็นคณะกรรมการ คอยดูแลตรวจสอบการทำงานว่าทุกอย่างเป็นไปตามระบบระเบียบหรือไม่”


          ขณะที่ น.ส.เย็นตา สร้อยพวง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ยังยืนยันที่จะคัดค้านการก่อสร้างจนถึงที่สุด โดยอ้างเหตุผลว่าสถานที่ก่อสร้างอยู่ใกล้กับศาลเก่าแก่ที่ชาวบ้านเคารพนับถือ และโครงการนี้ถูกย้ายมาจากพื้นที่หมู่ที่ 1 รวมทั้งยังไม่มีการบอกกล่าวให้คนในพื้นที่รับรู้ถึงการก่อสร้างดังกล่าวเลย จนต้องมีการร้องเรียนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร
          
          แม้ว่าโครงการระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนขนาดเล็กจะไม่เข้าเงื่อนไขที่ต้องทำประชาพิจารณ์ แม้ว่าการก่อสร้างจะไม่ต้องใช้งบประมาณของทางเทศบาลตำบลท่าจีน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เกิดปัญหาตามมา เพราะความไม่เข้าใจหรือความไม่เข้ากันของชุมชน คือสาเหตุหลักของปัญหา ความไม่เข้าใจอาจจะพูดคุยชี้แจงให้ทุกคนเข้าใจได้ แต่ความไม่เข้ากันคงต้องดูบริบทในทุกด้านของชุมชน เป็นเรื่องน่าเสียดายหากโครงการที่คนส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อชุมชนส่วนรวม ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เพราะความไม่เข้ากันของคนในชุมชน และยิ่งน่าเสียดายมากขึ้นไปอีก หากความไม่เข้ากันของคนในชุมชนนั้นเกิดขึ้นมาจาก “การเมือง”





    Hacked By LuXas