ยึดหลัก เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา



    2015-07-09  ผู้สื่อข่าว: ณรงค์ฤทธ์ มากคง

    แก้ปัญหาการทำประมง IUU ยาแรงเพื่ออนาคต ในมุมมองประธาน ส.อ.ท.สมุทรสาคร


          สถานการณ์ด้านประมงในปัจจุบันเริ่มระส่ำระสาย การที่รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อส่งสัญญาณไปยังอียู ทำให้ชาวประมงส่วนใหญ่ไม่กล้านำเรือออกหาปลาตามปกติ เนื่องจากเกรงกลัวการบังคับใช้กฏหมายซึ่งมีโทษปรับและจำคุก ส่งผลให้เรือประมงในจังหวัดสมุทรสาครที่เอกสารไม่ครบถ้วนตามระเบียบของทางราชการ ต้องจอดนิ่งสงบกว่า 800 ลำ เหลือไม่ถึง 300 ลำที่ยังสามารถออกทำมาหากินได้ตามปกติ ผลกระทบจากการที่อียูแจกใบเหลือง ด้วยการกล่าวอ้างว่าประเทศไทยไม่ให้ความร่วมมือในการต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย ไม่รายงาน และไร้การควบคุม หรือ ไอยูยู (Illegal, Unreported and Unregulated Finishing: IUU) ทำให้สินค้าประมงบางชนิดขยับราคาสูงขึ้น นอกจากนี้อุตสาหกรรมประมงต่อเนื่องที่สร้างงานและเม็ดเงินให้กับจังหวัดสมุทรสาคร โดยเฉพาะสินค้า “ซูริมิ” ต้องหยุดชะงักลงเนื่องจากขาดแคลนวัตถุดิบ
          
          นายอภิชัย เตชะนิธิสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ผู้บริหารบริษัท อนุสรณ์มหาชัยซูริมิ จำกัด ให้สัมภาษณ์ถึงผลกระทบหลังจากเรือประมงส่วนใหญ่หยุดออกหาปลา โดยระบุถึงผลกระทบที่ภาคอุตสาหกรรมได้รับว่า เมื่อเรือประมงไม่สามารถออกหาปลาได้ตามปกติ โรงงานผลิตซูริมิ (surimi) หรือเนื้อปลาบด ที่ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ อาทิ เนื้อปูเทียม ลูกชิ้น เต้าหู้ปลา ฯลฯ จึงขาดวัตถุดิบปลาสดเข้าสู่กระบวนการผลิต ทำให้ต้องหยุดการผลิตไปโดยปริยาย ซึ่งในจังหวัดสมุทรสาครมีโรงงานผลิตซูริมิขนาดใหญ่ที่มีคนงานในระดับ 300 คน ถึงห้าแห่ง ทำให้คนงานประมาณ 1,500 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพนักงานรายวันได้รับความเดือดร้อนทันที แต่คงกระทบในช่วงสั้นๆเพราะการผ่อนปรนข้อบังคับของรัฐบาลจาก 15 ข้อ ให้เหลือเพียง 12 ข้อ ทำให้มีเรือประมงออกจับปลาได้มากขึ้น
          
          ในส่วนของการผลิตปลากระป๋องยังไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีการสต็อกวัตถุดิบไว้ในห้องเย็น ซึ่งมีปริมาณเพียงพอรองรับการผลิตนานนับเดือน ที่จะประสบปัญหาจริงๆคงเป็นผู้ประกอบการรายเล็กที่ไม่ได้สต็อกวัตถุดิบเอาไว้ล่วงหน้า สำหรับอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น โรงงานผลิตอาหารสัตว์ โรงงานปลาป่นที่ใช้เศษวัตถุดิบจากอุตสาหกรรมผลิตซูริมิ และปลาเป็ดหรือเศษปลาที่ชาวประมงจับได้นั้น มีผลกระทบอย่างแน่นอน
          
          “จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้การส่งออกมีต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นในภาพรวมถือว่าเป็นยาที่เราควรจะกิน เพราะปัญหาเหล่านี้เรื้อรังมาเป็นสิบปี หากเราไม่ทำอะไรบางอย่างในอนาคตประเทศไทยอาจโดนตัดสิทธิ์ทางการค้าในสินค้าประเภทอื่นๆเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเราไม่มีทางรู้ว่าอียูจะทำอย่างไรกับเราบ้าง” อภิชัย กล่าว
          
          บทเรียนจากปัญหาครั้งนี้จะนำเราไปสู่ทางออกที่ยั่งยืน ต่อไปในอนาคตหากเป็นไปได้การนำระบบโควต้าการจับปลามาใช้น่าจะเป็นการทำประมงแบบสมประโยชน์กับทุกฝ่ายและยังรักษาทรัพยากรสัตว์น้ำให้ยั่งยืน และยังสร้างความน่าเชื่อถือในสายตาของประเทศต่างๆซึ่งเป็นผลดีกับการส่งออกของไทย ในขณะนี้ภาครัฐและชาวประมงกำลังปรับตัวเข้าหากันเพื่อลดทอนปัญหาและอุปสรรค มีการจัดอบรมให้ชาวประมงเพื่อให้ครบหลักเกณฑ์ในการออกใบอนุญาตต่างๆ แต่ทั้งหมดนี้ต้องขึ้นอยู่กับความจริงใจของทั้งสองฝ่าย เพราะการใช้ยาแรงในการแก้พิษไข้จากประมง IUU ทำให้ทุกคนตระหนักว่าผลข้างเคียงที่ได้รับนั้นสร้างความเสียหายกับเศรษฐกิจโดยรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ