ยึดหลัก เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา



    2015-06-26  ผู้สื่อข่าว: ณัฏฐนันท์ ศิริสันติวรกุล

    ผู้แทน EU ติดตามการแก้ปัญหาทำประมงผิดกฎหมาย


          เมื่อเวลา 09.30 น. ของวันที่ 26 มิถุนายน 2558 พลเรือตรีอดิเรก ชมพูนุช รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ได้นำคณะผู้สถานฑูตสหภาพยุโรป หรือ EU จำนวน 11 คน จาก 6 ประเทศ 1 องค์กร คือ ประเทศออสเตรีย ฝรั่งเศส เยอรมัน โปแลน สเปน สวิสต์เซอร์แลนด์ และ จากคณะกรรมาธิการ EU เข้าตรวจติดตามการทำประมงตามกฎระเบียบ IUU Fishing ที่องค์กรสะพานปลาสมุทรสาคร ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร
          
          โดยมีนาวาโทพิศาล หาญภักดี หัวหน้าศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกจังหวัดสมุทรสาคร (Port in – Port out หรือ PIPO) นายอรุณชัย พุทธเจริญ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานของศูนย์ PIPO ได้ร่วมกันให้การต้อนรับ และนำตรวจเรือประมงที่เข้าเทียบท่าในวันนี้ โดยมีเรือของ ก.สังข์อุดมทรัพย์ ซึ่งเป็นเรือประมงประเภทอวนดำ จอดอยู่เพียงลำเดียว มีลูกเรือประมง 19 คน ส่วนเรือลำอื่นๆ ที่ได้มีการแจ้งเข้าไว้แล้ว 6 ลำนั้นได้เข้ามาส่งสินค้าตั้งแต่ช่วงเช้า ตามเวลาที่สะพานปลาเปิดทำการและได้กลับออกไปแล้ว อีกส่วนหนึ่งที่ช่วงนี้มีเรือประมงเข้ามาในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครเพียงไม่กี่ลำ เพราะว่าเป็นช่วงปิดอ่าวตัว ก โดยเรือส่วนใหญ่จะออกไปทำมาหากินหรือจับปลาแถวน่านน้ำจังหวัดชุมพรนั่นเอง
          
          สำหรับการเข้าตรวจติดตามการแก้ไขปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน ไร้การควบคุม หรือตามกฎ IUU Fishing ของผู้แทนจาก EU และตัวแทนจากประเทศต่างๆ นั้น ก็ได้มีการเข้าตรวจถึงระบบขั้นตอนการแจ้งเรือเข้าออก การจ้างงาน ผู้ควบคุมเรือ เอกสารประจำเรือ การรายงานปริมาณสัตว์น้ำที่จับได้ ตารางเวลาการปฏิบัติงาน เอกสารคนเรือ ลักษณะการทำประมงตามประเภทของเรือ อุปกรณ์ประจำเรือ และข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำประมงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งหลังจากที่ได้มีการตรวจติดตามการทำประมงในเรือแล้ว ทางคณะผู้แทนจาก EU ก็ได้เข้าเยี่ยมศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้า – ออกสมุทรสาคร และหลังจากนี้ก็จะนำข้อมูลทั้งหมดกลับไปเสนอต่อคณะกรรมาธิการ EU เพื่อรับทราบผลการปฏิบัติงานในการแก้ไขปัญหาการทำประมงของประเทศไทย ก่อนที่คณะพิจารณาตัดสินจะลงมาตรวจติดตามอีกครั้งในช่วงเดือนกันยายน – ตุลาคม 2558 และเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อการตัดสินว่าจะยังคงให้ใบเหลือง หรือใบแดงแก่ประเทศไทย
          
          ด้านนาวาโทพิศาล หาญภักดี หัวหน้าศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกจังหวัดสมุทรสาคร บอกว่า จากการที่คณะผู้แทนสถานฑูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย หรือ EU ได้มาเข้าตรวจติดตามการปฏิบัติงานเพื่อการแก้ไขปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม โดยใช้จังหวัดสมุทรสาครเป็นพื้นที่ต้นแบบในการติดตามประเมินผลนั้น ก็พบว่า ภาพรวมทางผู้แทนจากสถานฑูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ที่เข้าตรวจติดตามในครั้งนี้ก็ได้เห็นการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี ส่วนข้อติติงที่มีสะท้อนกลับมาก็มีอยู่ 2 อย่างคือ เรื่องของการลงรายละเอียดเกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้างแรงงานต่างด้าวหรือลูกเรือประมง และ การชั่งน้ำหนักที่ท่าเทียบเรือ หรือสะพานปลา ที่ยังไม่มีความชัดเจนและไม่มีการชั่งน้ำหนักที่จุดขึ้นปลา แต่กลับเป็นการประมาณการจากเรือประมง แล้วนำไปชั่งจริงที่สถานประกอบการแทน
          
          สำหรับศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้า – ออก จังหวัดสมุทรสาครนั้น ปัจจุบันมีนาวาโทพิศาล หาญภักดี เป็นหัวหน้าศูนย์ฯ มีเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน 18 คน ซึ่งบางครั้งการทำงานของเจ้าหน้าที่มีกำลังไม่เพียงพอ เนื่องจากว่ามีเรือให้ต้องตรวจสอบพร้อมๆกันทีละหลายๆ ลำ แต่ทั้งนี้หลังจากที่ทางศูนย์ฯ ได้มีการตรวจเรือแล้ว ก็ได้มีการทำสติ๊กและบาร์โค้ตติดให้กับเรือที่มีการปฏิบัติอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจติดตาม