ยึดหลัก เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา



    2015-01-29  ผู้สื่อข่าว: ณรงค์ฤทธ์ มากคง

    ศาลพันท้ายนรสิงห์ จัดพิธีบวงสรวงอย่างยิ่งใหญ่


          เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2557 เวลา 09.09 น.ที่อุทยานประวัติศาสตร์ พันท้ายนรสิงห์ ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร ร.ต.ท,อาทิตย์ บุญญะโสภัต ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้เป็นประธานในพิธีบวงสรวงพันท้ายนรสิงห์ โดยมี นายมณฑล ไกรวัตนุสรรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายวัฒนา แตงมณี นายกอบต.พันท้ายนรสิงห์ นายวิจักขณ์ ชินโคตรพงศ์ นาอำเภอเมืองสมุทรสาคร พ.ต.ท.ดร.สุรชัย สุกใส ผกก.สภ.โคกขาม นายปรีชา ศิริแสงอารำพี ประธานหอการค้าจังหวัด นายกิตติพงษ์ เจริญคงธรรม ประธานกลุ่ม YEC หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และพ่อค้าประชาชนเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก
          
          ทั้งนี้เมื่อได้เวลาในพิธี พราหมณ์ผู้ประกอบพิธีได้เชิญผู้ว่าราชการจังหวัดจุดธูปเทียนหน้าโต๊ะเครื่องพิธีที่เต็มไปด้วยเครื่องบูชาทั้งอาหารคาวหวาน ผลไม้ ดอกไม้ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเครื่องบูชาของพ่อค้า ประชาชน ที่เคารพศรัทธาในองค์พ่อพันท้ายนรสิงห์ นำมาถวายในพิธี จากนั้นพราหมณ์ได้อ่านโองการบวงสรวงอัญเชิญเทพยดา เมื่อเสร็จสิ้นจึงให้แขกผู้มีเกียริและพ่อค้าประชาชนในบริเวณพิธีได้ปักธูปบนเครื่องบูชาทั้งหมด จากนั้นนายมณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ ได้เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษา ซึ่งสนับสนุนทุนโดยมูลนิธิพันท้ายนรสิงห์ให้กับเด็กนักเรียน รวมทั้งมอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และข้าวสารเพื่อเข้าโครงการอาหารกลางวันให้กับโรงเรียนในเขตตำบลพันท้ายนรสิงห์ อีกด้วย
          
          สำหรับเรื่องราวของพันท้ายนรสิงห์ กล่าวถึงเหตุการณ์ใน พ.ศ. 2247 สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 ประพาสปากน้ำสาครบุรี (ปัจจุบันคือจังหวัดสมุทรสาคร) ด้วยเรือพระที่นั่งเอกไชย เมื่อเรือพระที่นั่งไปถึงตำบลโคกขาม คลองในบริเวณดังกล่าวมีความคดเคี้ยวมาก พันท้ายนรสิงห์พยายามคัดท้ายเรือพระที่นั่งอย่างระมัดระวัง แต่ไม่อาจหลบเลี่ยงอุบัติเหตุได้ หัวเรือพระที่นั่งชนกิ่งไม้ใหญ่หักตกลงไปในน้ำ ตามโบราณราชประเพณี ซึ่งกำหนดว่าถ้าผู้ใดถือท้ายเรือพระที่นั่งให้หัวเรือพระที่นั่งหักผู้นั้น หมายถึง มรณะโทษให้ตัดศีรษะเสียจึงกราบทูลพระกรุณาน้อมรับโทษตามพระราชประเพณีสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 ทรงพิจารณาเห็นว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เป็นการสุดวิสัย มิใช่ความประมาท จึงพระราชทานพระอภัยโทษให้ แต่พันท้ายนรสิงห์กราบบังคมยืนยันขอให้ตัดศีรษะตนเพื่อรักษาขนบธรรมเนียมพระราชกำหนดกฎหมาย เพื่อป้องกันมิให้ผู้ใดครหาติเตียนพระเจ้าอยู่หัวทรงละเลยพระราชกำหนดของแผ่นดินและเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่าง
          
          สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 ทรงจำพระทัยปฏิบัติตามพระราชกำหนดดำรัสสั่งให้เพชรฆาตประหารพันท้ายนรสิงห์เสียแล้ว โปรดให้ตั้งศาลสูงประมาณเพียงตานำศีรษะพันท้ายนรสิงห์กับหัวเรือพระที่นั่งเอกไชยซึ่งหักนั้น ขึ้นพลีกรรมไว้ด้วยกันบนศาล ภายหลังเหตุการณ์สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 ทรงโปรดให้นำศพพันท้ายนรสิงห์มาแต่งกายพระราชทานเพลิงศพอย่างสมเกียรติยศ
          
          พันท้ายนรสิงห์นั้น สร้างความศรัทธา และความนับถือ ในด้านความซื่อสัตย์และจงรักภักดี จึงมีศาลพันท้ายนรสิงห์ใน จ.สมุทรสาคร เพื่อน้อมรำลึกถึงความดีความซื่อสัตย์ของวีรบุรุษพันท้ายนรสิงห์มาเป็นหลักยึดเหนี่ยวและถือปฏิบัติ สืบไป